News_calciumhealth

เรารู้จัก “แคลเซียม” กันมานานในแง่ของการช่วยให้กระดูกแข็งแรง พ่อแม่หลายคนที่อยากให้ลูกสูง จึงพยายามหาอาหารเสริมที่เป็นแคลเซียมให้ทาน แล้วแคลเซียมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของวัยคิดส์ที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร “ความสูงสัมพันธ์กับแคลเซียมอย่างไร” เรามีคำตอบมาฝาก


 

kids_momypediaความสูงหลากปัจจัย

แคลเซียมเป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก แต่การที่ร่างกายจะเติบโตได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นกับปัจจัยอื่นอีกหลายอย่าง หากมองในเรื่องของความสูง เกิดจากการเจริญเติบโตด้านความยาวของกระดูกค่ะ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกคือ กรรมพันธุ์ จึงเห็นว่าคนยุโรปหรืออเมริกันมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนเอเชีย หรือเด็กที่พ่อแม่ตัวสูงมักจะสูงกว่าเด็กที่พ่อแม่ตัวเตี้ย

นอกจากกรรมพันธุ์แล้ว อาหารและการออกกำลังกายยังมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกอีกด้วย ส่วนการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความสูงและความแข็งแรงของกระดูก ได้แก่ กีฬาที่มีการกระโดดหรือวิ่ง เช่น บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล เป็นต้นค่ะ

สารอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและความแข็งแรงของกระดูกมีหลายชนิด ได้แก่ โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ ทองแดง แมงกานีส วิตามินซี วิตามินดี และวิตามินเค ไม่ใช่แคลเซียมเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการส่งเสริมการเจริญเติบโตและความแข็งแรงของกระดูกจึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อจะได้รับสารอาหารต่างๆ อย่างครบถ้วนและเพียงพอ แต่ที่มีการรณรงค์เรื่องแคลเซียมกันมากที่สุด เพราะคนไทยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กินแคลเซียมจากอาหารได้ไม่เพียงพอนั่นเองค่ะ

 


แคลเซียมตัวจริงมากประโยชน์

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย ร้อยละ 99 ของแคลเซียมอยู่ที่กระดูกและฟัน จึงอาจกล่าวได้ว่ากระดูกเป็นแหล่งสะสมของแคลเซียมในร่างกายค่ะ

หน้าที่สำคัญของแคลเซียมคือ การสร้างกระดูก ส่วนแคลเซียมอีกร้อยละ 1 อยู่ในเลือดและเนื้อเยื่ออื่นๆ มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด ช่วยในการแข็งตัวของเลือดและควบคุมการเข้าออกของสารต่างๆ ผ่านผนังเซลล์ ถ้าร่างกายขาดแคลเซียมจะทำให้กระดูกไม่แข็งแรง หักง่าย เป็นตะคริว มือจีบเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุกและหัวใจเต้นผิดปกติค่ะ

กระดูกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีการสลายกระดูกเก่าและสร้างกระดูกใหม่ทดแทน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 20 ปีจะมีการสร้างกระดูกมากกว่าการสลาย ทำให้ปริมาณมวลกระดูกเพิ่มขึ้น เมื่ออายุ 20-35 ปี อัตราการสลายและการสร้างกระดูกจะใกล้เคียงกัน ทำให้ปริมาณมวลกระดูกค่อนข้างคงที่ หลังอายุ 35 ปีปริมาณมวลกระดูกจะค่อยๆ ลดลง เนื่องจากมีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างค่ะ

ดังนั้นในวัยเด็กและวัยรุ่นจึงควรส่งเสริมให้มีการสร้างกระดูกให้มากที่สุด โดยกินอาหารที่ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกให้ครบถ้วนและเพียงพอ ร่วมกับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ จะทำให้ร่างกายมีการสะสมมวลกระดูกได้อย่างเต็มที่ คนหนุ่มสาวที่มีมวลกระดูกมาก จะมีความสูงได้เต็มที่ตามกรรมพันธุ์ และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุซึ่งเป็นวัยที่มวลกระดูกลดลง ผู้ที่มีมวลกระดูกสะสมไว้มากจะเกิดโรคกระดูกพรุนและกระดูกหักน้อยกว่าผู้ที่มีมวลกระดูกน้อยค่ะ

 


อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมสำหรับเด็กวัย 3-9 ปีเช่น

นมและผลิตภัณฑ์จากนม เป็นแหล่งของแคลเซียมที่ดี เนื่องจากมีปริมาณแคลเซียมสูงและร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้ดี นมสดรสจืด 1 กล่องขนาด 200 มิลลิลิตร มีแคลเซียม 226 มิลลิกรัม
ปลาและสัตว์เล็กๆ ที่กินได้ทั้งกระดูกหรือเปลือก เช่น ปลาซิว ปลาไส้ตัน ปลาซาร์ดีน กุ้งฝอย กุ้งแห้ง เป็นต้น
ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ เช่น เต้าหู้ เต้าฮวย มีแคลเซียมสูง แต่ในน้ำเต้าหู้มีแคลเซียมไม่มากนัก ผักใบเขียวบางชนิด เช่น ผักคะน้า ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง มีแคลเซียมสูง และร่างกายนำไปใช้ได้มาก ส่วนใบชะพลู ผักโขม และปวยเล้ง แม้จะมีแคลเซียมสูงแต่ร่างกายนำไปใช้ได้น้อย

เด็กควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว จะได้รับแคลเซียมจากนมประมาณร้อยละ 50-70 ของความต้องการในร่างกาย ส่วนที่เหลือควรได้รับจากการกินอาหารอื่นที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง เต้าหู้ ผักกาดเขียว และผักคะน้าค่ะ

โดยปกติร่างกายจะมีกลไกรักษาสมดุลของแคลเซียมในเลือด ภาวะที่ร่างกายขาดแคลเซียม และปริมาณแคลเซียมในเลือดต่ำ ร่างกายจะมีการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารมากขึ้น แต่ถ้าร่างกายไม่ขาดแคลเซียมหรือกินอาหารที่มีแคลเซียมมากเกินไป แคลเซียมส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ นอกจากนี้แต่ละคนยังมีความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมได้แตกต่างกัน เช่น ทารกและวัยรุ่นจะดูดซึมแคลเซียมได้มากกว่าผู้ใหญ่และคนสูงอายุค่ะ

 


แคลเซียมเสริม…ตอบโจทย์จริงหรือ

ถ้าเด็กสามารถกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงได้เพียงพอตามความต้องการของร่างกายแล้ว ไม่จำเป็นต้องรับประทานแคลเซียมเสริมในรูปของยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารค่ะ เนื่องจากการได้รับแคลเซียมมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เนื่องจากแคลเซียมในเลือดสูง ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก เบื่ออาหาร และเกิดนิ่วในไตได้ การกินแคลเซียมเสริมในรูปของยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรทำเฉพาะในคนที่ได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ โดยเสริมในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการแคลเซียมตามวัยเท่านั้น ไม่ควรเสริมมากเกินไปค่ะ

หากลูกมีความจำเป็นต้องกินแคลเซียมในรูปของยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เสริมอาหาร ควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงปริมาณแคลเซียมที่เด็กควรได้รับประจำวัน ข้อดีข้อเสีย และราคาของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรกินตามความนิยมโดยขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้ว การได้รับแคลเซียมมากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายอีกด้วยค่ะ

“การที่เด็กจะตัวสูงหรือไม่นั้นขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เด็กจะเติบโตได้อย่างเต็มที่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ”

 

ขอบคุณเนื้อหาโดย พญ.สุภาพรรณ ตันตราชีวธร
เรียบเรียงโดย: Momypedia

Product_VitaC_Oranges01