A001

เชื่อว่าหลายๆคน คงต้องเคยเป็นอาการเจ็บคออย่างแน่นอนค่ะ เพราะแค่อากาศเปลี่ยนหรือเป็นหวัดนิดๆ หน่อยๆ ก็จะมีอาการนี้ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งปกติแล้วเมื่อหวัดหาย ร่างกายแข็งแรงขึ้น อาการเจ็บคอก็จะหายไปด้วย แต่ในบางคนกลับมีอาการเจ็บคอต่อเนื่องอีกเป็นอาทิตย์ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพของแต่ละคนด้วยครับ

อาการเจ็บคอนั้น ก็ไม่ได้มีมาจากแค่สาเหตุการเป็นหวัดอย่างเดียวนะคะ แต่อาการนี้ยังบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับร่างกายของเราได้อีกมากมาย

อาการของการเจ็บคอ มักจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ แต่จะมีอาการหลักๆ ที่คล้ายกัน คือ รู้สึกเจ็บ แสบ หรือระคายเคืองในลำคอ และมักจะแสดงอาการมากขึ้นเวลากลืน รู้สึกคอแห้งเสียงเปลี่ยน ในบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปถึงหู

สาเหตุของอาการเจ็บคอ

คออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่ จะมีอาการเจ็บคอ ครั่นเนื้อ ครั่นตัว มีไข้ต่ำๆ ไอ และเจ็บคอ อาจมีน้ำมูกไหล บริเวณผนังลำคอด้านหลัง ลิ้นไก่ จะมีอาการอักเสบบวมแดด

คออักเสบจากเชื้อไวรัส จะมีไข้ต่ำ จนถึงสูง บางครั้งหนาวสั่น ครั้นเนื้อ ครั้นตัว เจ็บแสบคอไม่มากนัก อาจมีน้ำมูกใสๆ และคัดจมูก มีอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ภายในช่องคอแดงเล็กน้อย

คออักเสบจากเชื้อรา ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บคอ คอแห้ง น้ำลายไหลมาก แต่จะมีอาการแตกต่างกับสองสาเหตุที่กล่าวไป คือมีแผ่นขาวคล้ายนมที่จับเป็นก้อน ติดแน่นกับเยื่อบุผนังคอ

เกิดระคายเคืองคอ อาการเจ็บคอในลักษณะนี้ มักเกิดจากการกระทำของเราเองครับ ที่ไปกระตุ้น ให้เกิดอาการเจ็บคอขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้เสียงที่ผิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ หรือ การตะโกน ซึ่งอาจจะทำให้สายเสียงเกิดการอักเสบ และนำไปสู่อาการเจ็บคอได้ครับ

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพตัวเองเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเริ่มเจ็บคอใหม่ๆ ก็ให้ลองดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ และหายาอมหรือยาพ่น ที่บรรเทาอาการเจ็บคอมาใช้ แต่ถ้า 2-3 วันรู้สึกไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจหาให้แน่ชัดดีกว่าครับ เผื่อบางทีอาจมีอะไรที่มากกว่าอาการเจ็บคอก็เป็นได้ครับ

 

ขอขอบคุณข้อมูล เว็บไซต์ livewell
NKhealthcareTH